ไม่ว่ายุคสมัยของการผลัดอำนาจจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างไร ความขัดแย้งที่นำไปสู่จุดหัวเลี้ยวหัวต่อก็ดำเนินมาถึงจุดสำคัญจนได้ หลังจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตัดสินใจเข้ายึดอำนาจ กุมบังเหียนการบริหารประเทศ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นเหตุและผลหลังจากเกิดความวุ่นวายทางการเมือง จนนำไปสู่ทางตันซึ่งแม้แต่นักวิชาการหลายต่อหลายท่านก็มิอาจคิดหาทางออกจากวิกฤตนี้ แม้ก่อนหน้านี้จะมีหลายฝ่ายพยายามฝ่าวิกฤตดังกล่าวด้วยการสนับสนุนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่สุดท้าย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการยุติระบบการเมืองแบบปกติ มิติของการเมืองไทยจึงหวนเข้าสู่บริบทเดิมอีกครั้ง หนังสือ "203 วันชัตดาวน์ "ยิ่งลักษณ์" เปิดศักราช คสช." เล่มนี้ จึงได้อรรถาธิบายถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา นับแต่ความขัดแย้งในรัฐสภาและการปลีกตัวออกจากระบบการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ การถือกำเนิดของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ "กปปส." โดยมีหัวเรือใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ที่นำโดย "ลุงกำนัน" หรือ "นายสุเทพ เทือกสุบรรณ" กลายเป็นม็อบที่สร้างประวัติศาสตร์ไว้มากมาย คู่ขนานไปกับมวลชนคนเสื้อแดงที่จัดเวทีในอีกฟากหนึ่งของกรุงเทพฯ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่มีใครไว้วางใจซึ่งกันและกัน เกิดก่อความตึงเครียดถึงขีดสุด ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง หลังจากกองทัพได้เรียกทุกฝ่ายเข้ามาสางปัญหาคาใจแต่ไม่อาจยุติอะไรได้ การยึดอำนาจจึงเป็นทางออกที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำเป็นต้องเลือกใช้ นับเป็นหนังสือที่รวบรวมเหตุการณ์สำคัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่งของการเมืองไทย เพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้และศึกษา ในฐานะที่ทุกคนถือเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย อย่างน้อยก็เพื่อให้ก้าวต่อไปของการเมืองไทยไม่ติดอยู่ในสภาพย่ำแย่เหมือนที่ผ่านมา